Join MultiplyOpen a Free ShopSign InHelp
MultiplyLogo
SEARCH



2012 ไม่ใช่วันสิ้นโลก























ผมเห็นด้วยว่า 2012 ไม่ใช่วันสิ้นโลก เพราะพระเยซูตรัสว่าวันนั้นโมงนั้นไม่มีใครรู้รู้แต่เพียงพระบิดาเท่านั้น แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกแย่ลงทุกที เพราะฉะนั้นผู้อ่านที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิต ท่านกรุณาอ่านทางรอดสุดท้ายก่อนวันสิ้นยุคที่นี่ http://rapture7.multiply.com/journal/item/85/85 ส่วนท่านที่เป็นผู้เชื่ออยู่แล้ว อยากให้ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้เตือนใจท่านให้ดำเนินชีวิตสมกับการเป็นลูกของพระเจ้า และเร่งรีบนำวิญญาณ ดังที่ท่านเปาโลได้เตือนไว้ ว่า ...
นอกจากนี้ท่านควรจะรู้กาลสมัยว่า บัดนี้เป็นเวลาที่เราควรจะตื่นจากหลับแล้ว เพราะว่าเวลาที่เราจะรอดนั้นใกล้กว่าเวลาที่เราได้เริ่มเชื่อนั้น กลางคืนล่วงไปมากแล้วและ รุ่งเช้าก็ใกล้เข้ามา เราจงเลิกการกระทำของความมืด และจงสวมเครื่องอาวุธของความสว่าง ( รม.13:11-12 )

และให้เราเร่งวันที่พระเยซูคริสต์จะกลับมาเพื่อนำเรากลับบ้านที่แท้จริง...ซึ่งดีกว่าโลกที่เราอยู่ทุกวันนี้แน่นอน

ดูเถิดเราจะมาเร็วๆนี้ แน่นอน ... อาเมน พระเยซูเจ้าเชิญเสด็จมาเถิด...


แผ่นดินไหวไม่ใช่ภัยที่น่ากลัวที่สุด



2-3 ปีที่ผ่านมานับว่ามีภัยพิบัติใหญ่ที่เข่นฆ่าชีวิตของผู้คนนับแสนโดยเฉพาะภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว ไม่ว่าจะเป็นที่จีน เฮติ ชิลี และล่าสุดที่ญี่ปุ่น ซึ่งจะมีบ่อยขึ้นเรื่อยๆ หรือแม้กระทั่งแถบบ้านเรายังไม่ว่างเว้น หลายคนอาจคิดว่าโลกจะต้องย่อยยับเพราะภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวแน่นอน แต่หากสังเกตอย่างละเอียดจากพระคัมภีร์ ซึ่งเป็นคำพยากรณ์ของพระเยซูคริสต์ ถ้อยคำในคำพยากรณ์ได้บอกว่าแผ่นดินไหวเป็นเพียงภัยพิบัติหนึ่งในหลายๆอย่างที่น่ากลัวแต่ภัยพิบัติที่น่ากลัวที่สุดคือภัยพิบัติจากสงครามต่างหาก 




เพราะในสงครามนั้นจะมีแม่ทัพซึ่งเป็นผู้ครอบครองโลกและนำความตายมาสู่มนุษย์ชาติถึง 1 ใน 3 ของปริมาณผู้คนทั้งหมดนั้นหมายความว่าคนในโลกจะตายกว่า 2000 ล้านคนซึ่งสูงกว่าผู้ที่ตายจากแผ่นดินไหวหลายเท่า ผู้นำสงครามสุดท้ายของมนุษยชาตินี้ซึ่งจะถูกเรียกว่าสงครามอารมาเกโดนคือ ปฏิปักษิ์พระคริสต์ ซึ่งใกล้ปรากฏตัวแล้ว จับตาดูสงครามที่ อียิป ลิเบีย และ ประเทศมุสลิมต่างๆให้ดี เหตการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้เกี่ยวข้องกับสงครามใหญ่แน่นอน พี่น้องอย่าตื่นตกใจกับเรื่องแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียวแต่จงเฝ้าระวังในเรื่องของข่าวลือเรื่องสงครามด้วย พระวิหารของยิวยังต้องถูกสร้างอยู่ดีและวันสิ้นยุคจะมาอย่างรวดเร็ว ผู้ที่เตรียมพร้อมเท่านั้นที่จะมีชัยชนะได้ สารฉบับหน้าผู้เขียนจะนำเสนอเกี่ยวกับผู้ชนะที่มีอยู่หลายกลุ่มหากพี่น้องอยากมีชัยชนะโปรดติดตามอ่านฉบับหน้า ซึ่งเป็นชัยชนะของคริสเตียนรวมถึงคนที่ยังไม่เชื่อในพระเจ้าด้วยโปรดติดตามชมฉบับต่อไปกับชื่อตอนเส้นทางแห่งชัยชนะ...

พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง ด้วยว่าจะมีหลายคนมา ต่างอ้างนามของเราว่าตัวเขาเป็นพระคริสต์   เขาจะให้คนเป็นอันมากหลงไป ท่านทั้งหลายจะได้ยินเสียงสงคราม และข่าวลือเรื่องสงคราม คอยระวังอย่าตื่นตระหนกเลย ด้วยว่าบรรดาสิ่งเหล่านี้จำต้องบังเกิดขึ้น แต่ที่สุดปลายยุคยังไม่มาถึง เพราะ ประชาชาติต่อประชาชาติ ราชอาณาจักรต่อราชอาณาจักรจะต่อสู้กัน  ทั้งจะเกิดกันดารอาหารและแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เป็นขั้นแรกแห่งความทุกข์ลำบาก ซึ่งต้องมีมาก่อนกำเนิดยุคใหม่  ( มธ.24:4-8 )


ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

Blog EntryApr 11, '12 11:41 AM
for everyone
เกาะติด แผ่นดินไหว 8.6 ริกเตอร์ที่อินโด เตือนสึนามิ



เกาะติด แผ่นดินไหว 8.6 ริกเตอร์ที่อินโด เตือน สึนามิ

19.20 น. ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก ตัดประเทศไทยออกจากการเตือนภัย

19.15 น. ภาพเปรียบเทียบแผ่นดินไหวแนวตั้งกับแนวราบ (@MacAlexJeerawat)


18.49 น. ผอ.ศูนย์เตือนภัยฯ บอกสึนามิครั้งแรกขนาด 10 ซม. ครั้ง 2 ขนาด 30 ซม.ที่เกาะเมียง พังงา หากไม่มีอะไรจะประกาศยกเลิก (ช่องระวังภัย)

18.20 น. อินโดนีเซียเตือนสึนามิรอบ 2 หลังเกิดอาฟเตอร์ช็อคใกล้กับจุดเดิม 8.2 ริกเตอร์

17.59 น. CNN รายงานแผ่นดินไหวเกิดในแนวราบ แม้ขนาดรุนแรง แต่คลื่นสึนามิอาจไม่รุนแรงเท่าปี 2004 ปชช ไม่ควรตื่นตระหนกแต่ให้เฝ้าระวัง (@_romeophobia)

17.57 น. หาดป่าตอง ระดับน้ำทะเลลดลงห่างจากฝั่ง 1 กิโลเมตร (ThaiPBS)

17.55 น. หน้าห้างเซ็นทรัลภูเก็ต ผู้คนอพยพ มาอยู่บริเวณนี้เป็นจำนวนมาก (ภาพ : คนภูเก็ต)


ภาพข่าวแผ่นดินไหว – เตือนภัยสึนามิ

17.46 น. ผอ.ศูนย์เตือนภัยตรวจสอบเบื้องต้น คลื่นที่เกาะเพียง มีความสูงเพียง 10 ซม. ครับ ยังยืนยันให้เฝ้าระวังนะครับ (@KillerNay)

17.43 น. CNN ประกาศไทยเป็นพื้นที่เสี่ยงแล้ว (แดง)

ภาพข่าวแผ่นดินไหว

17.32 น. ภาพชาวบ้านและนักท่องเที่ยวอพยพ จากหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต (ขอบคุณ ข่าว/ภาพ Tong Wattana Chonsongkram)

ภาพข่าวแผ่นดินไหว

17.29 น. โฆษกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งสึนามิขึ้นที่เกาะ SIMEULUE แล้วคลื่นสูง 40ซ.ม.เป็นจุดแรก @js100radio
17.25 น. ภาพสึนามิจากประเทศอินโดนีเซียจากช่องทีนิวส์ (@Kittima Thara-rattanakul)

17.14 น. เกิดคลื่นสึนามิที่อินโดนีเซียสูงประมาณ 1 ฟุต ไม่สูงมาก แต่ไทยยังต้องเฝ้าระวัง @nnanews


17.16 น. ภาพระดับน้ำทะเลลดลง ที่ภูเก็ต (ภาพจากเฟสบุ๊ค St’Tomm Stromm)




17.13 น. นักท่องเที่ยวต่างชาติที่หาดกมลา จ,ภูเก็ต หนีขึ้นที่สูง @Joyday_napas



17.11 น. ประกาศ จากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

ขอบคุณ ข่าว/ภาพ : มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่



17.09 น. : ระดับน้ำทะเลภูเก็ตเริ่มลดลง นักท่องเที่ยวหนีตาย ไอซีทีประกาศให้เป็นพื้นเสี่ยงภัย

16.58 น. : เกิด แผ่นดินไหวซ้ำ ที่อินโดนีเซียความแรง 6.6 ที่จุดเดิมของเกาะสุมาตรา รัฐบาล.อินโดนีเซียคาดว่าความสูงสึนามิอยู่ที่ 6 เมตร

16.40 น. : ศูนย์เตือน ภัยสึนามิแปซิฟิค ในฮาวาย ได้ออกประกาศเตือนให้เฝ้าระวังคลื่นยักษ์สึนามิ ใน อินโดนีเซีย , อินเดีย ,ศรีลังกา , ออสเตรเลีย , พม่า ,ไทย , หมู่เกาะมัลดีฟ ,หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย ,มาเลเซีย ,ปากีสถาน ,โซมาเลีย ,โอมาน , อิหร่าน , บังคลาเทศ , เคนย่า ,แอฟริกาใต้ และสิงคโปร์



ระยะเวลาการเดินทางของคลื่นสึนามิ

16.35 น. : เตือนสึนานิในประเทศไทย : ภูเก็ต(16.48 ความสูง3-4เมตร) พังงา(17.00 ความสูง 3-4เมตร) กระบี่(17.58 ความสูง 1-2 เมตร) @ThaiPBS

16.25 น. : สั่งอพยพประชาชน 6 จังหวัดขึ้นที่สูง ภูเก็ต,กระบี่,พังงา,ระนอง,ตรัง,สตูล

16.00 น. : เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. มีรายงาน ข่าวด่วนแผ่นดินไหว 8.6 ริกเตอร์ที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย มีจุดศูนย์ กลางอยู่ลึกลงใต้พื้นทะเล 33 กิโลเมตร ห่างจากเมืองบันดา อาเจะห์ ของจังหวัดอาเจะห์ ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา 495 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ถึงภาคใต้ของไทย และบางพื้นที่ของกรุงเทพ ล่าสุดมีการแจ้งเตือนภัยผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้อพยพไปที่ปลอดภัยโดยเร็ว และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา http://news.mthai.com/headline-news/161304.html

Blog EntryApr 7, '12 5:39 AM
for everyone
ความหมายวันอีสเตอร์ที่หลายคนยังไม่รู้

ภาพการปรากฏกายของพระเยซูคริสต์หลังจากที่ถูกตรึงตายบนไม้กางเขนและถูกฝังในอุโมงค์


แท้จริงแล้วคำว่า“อีสเตอร์” ไม่มีอยู่ในพระคัมภีร์ แต่เรื่องราวความหมายและความสำคัญของคำๆนี้ ปรากฎชัดอยู่มากมายในพระคัมภีร์ ที่ถูกนำมาใช้เรียก“เทศกาลเฉลิงฉลองการที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นจากความตาย นี้ได้มาจากนามของ เทวี หรือพระแม่เจ้าแห่งฤดูใบไม้ผลิ”ของพวกแองโกลแซกซอน ที่มีนามว่า “eastre”

เข้าใจว่าการฉลองการเป็นขึ้นมาจากความตาย หรือการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์นั้นมาเกี่ยวข้องกับฤดูใบไม้ผลิ เพราะ

1. วันอีสเตอร์ อยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ระหว่างเดือนมีนาคม และ เมษายน)
2. ฤดูใบไม้ผลิ เป็นสัญญลักษณ์ของชีวิตใหม่ เพราะต้นไม้ใบหญ้าที่ดูเหมือนตายไปแล้ว ในฤดูหนาวกลับผลิใบออกดอกดุจเกิดใหม่ นับเป็นภาพที่เหมาะสมกับการพรรณนาถึงการคืนพระชนม์ของพระคริสต์

แต่ตัว เทศกาลนี้ จริงๆแล้วได้พัฒนามาจากเทศกาล “ปัสกา” (Passover) ของยิว ช่วงสุดท้ายของชีวิตพระเยซูคริสต์ ก็อยู่ในช่วงเทศกาลปัสกาดังกล่าว


ลำดับภาพตั้งแต่พระเยซูคริสต์ถูกตรึงและเป็นขึ้นจากความตาย


ดั้งเดิมแล้ว วันอีสเตอร์ ได้ถือปฏิบัติกันในวันปัสกา (วันที่ 14 เดือนนิสาน) จนกระทั่งในกลางศตวรรษที่ 2 คริสเตียนบางกลุ่มเริ่มเฉลิมฉลองวันอีสเตอร์นั้น ในวันอาทิตย์หลังจากวันที่ 14 เดือนนิสาน โดยถือเอาวันศุกร์ก่อนหน้า เป็นวันที่พระเยซูคริสต์ถูกตรึงสิ้นพระชนม์ สุดท้ายก็เกิดการโต้เถียงในเรื่องวันที่ถูกต้องในการฉลองอีสเตอร์

จน กระทั่งในปี ค.ศ. 197 วิคเตอร์ แห่งโรม ได้บีบพวกคริสเตียนที่ยังยืนกรานที่จะฉลองอีสเตอร์ในวันที่ 14 เดือนนิสาน ให้ออกไปจากหมู่คณะ แต่การถกเถียงยังคงดำเนินอยู่ต่อไป จนกระทั่งมาถึงต้นศตวรรษที่ 4 จักรพรรดิ คอนสแตนติน ทรงบัญชาให้ถือรักษาวันอีสเตอร์เป็นวันอาทิตย์ หลังวันที่ 14 เดือนนิสาน แทนการฉลองในวันที่ 14 เดือนนิสานเหมือนที่เคยปฏิบัติมาแต่เดิม

ด้วยเหตุนี้เอง วันอีสเตอร์จึงได้รับการเฉลิมฉลอง ในวันอาทิตย์แรกหลังจากคืนวันเพ็ญแรก ที่ตามหลังวัน “วสันตวิษุสวัต” (Vernal equinox) ซึ่งเป็น “วันที่กลางวันเท่ากับกลางคืน” ตรงกับวันที่ 21 มีนาคม พูดง่ายๆก็คือจากวันนี้มาจนถึงวันนี้ วันอีสเตอร์จะต้องมาหลังจากวันที่ 21 มีนาคมของทุกปี

จึงสรุป ได้ว่า เมื่อตอนเริ่มแรกนั้น อีสเตอร์ เป็นงานเลี้ยงเฉลิมฉลองที่ผูกพันใกล้ชิดกับวันปัสกา ซึ่งเตือนให้ระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระเจ้าทรงนำชาวอิสราเอล ให้อพยพรอดออกมาจากการเป็นทาสในอียิปต์ และเหตุการณ์ที่พระเยซูคริสต์ ทรงถูกตรึงตายไถ่ผู้ศรัทธาในพระองค์ให้รอดพ้น จากโทษบาป

จนกระทั่งในศตวรรษที่ 4 อีสเตอร์ จึงแยกออกมาเป็นการเฉลิงฉลองเพื่อระลึกถึง “การเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์” หลังจากที่พระองค์ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน เพื่อไถ่บาปของมนุษย์และการฉลองนี้ จะอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่เคยเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิของชาวยุโรป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเฉลิมฉลองวันอีสเตอร์ จำดำเนินมายาวนานนับพันปีแล้ว แต่สำหรับชาวไทยนั้น วันอีสเตอร์ยังนับว่าเป็น สิ่งใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

หวังว่า จากนี้ไป อีสเตอร์ จะกลับกลายเป็นเทศกาลที่คนไทยตื่นเต้น ที่จะร่วมเฉลิมฉลองด้วยความเข้าใจ

บทความโดย ศาสนาจารย์ ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ อ้างอิงใน www.ratchaburichurch.org



การเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซูคริสต์หัวใจของวันอีสเตอร์

 

การเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ เป็นรากฐานที่สำคัญอย่างหนึ่งของคริสเตียน ถ้าเรื่องนี้ไม่จริงศาสนาคริสเตียนก็เป็นศาสนาที่โกหกหลอกลวงที่สุดในโลก

ถ้าใครคนหนึ่ง สามารถที่จะหาหลักฐานเพียงอย่างเดียวมายืนยันได้ว่าเรื่องของพระเยซูคริสต์เป็นขึ้นมาจาก ความตายเป็นเรื่องโกหกเขาก็สามารถลบล้างศาสนาคริสเตียนออกจากโลกนี้ได้เลยและ นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีคนมากมายพยายามจะหาข้อมูลและหลักฐานเพื่อที่จะลบล้าง หลักข้อเชื่อนี้ของคริสเตียนแต่ข้อมูลหลักฐานที่เขาค้นพบนั้นแทนที่มันจะบอกว่าการเป็นขึ้น จากความตายของพระเยซูคริสต์เป็นเรื่องโกหกแต่มันกลับตรงกันข้ามเพราะหลักฐานและ ข้อมูลที่ค้นพบนั้นมันกลับสนับสนุนให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่า "พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายแล้วจริง ๆ"



ภาพพระเยซูคริสต์จากหนัง The Passion of the Christ


ถ้าพระเยซูไม่ได้เป็นขึ้นมาจากความตายเขาจะฉลองวันเกิดให้พระเยซูทำไม (วันคริสต์มาสเป็นวันที่ทั่วโลกฉลองวันเกิดให้พระเยซู) ถ้าใครไปฉลองวันเกิดให้กับคนที่ ตายไปแล้ว (เพราะสำหรับคนตายเราไม่ใช้คำว่า "ฉลอง" แต่ใช้คำว่า "ระลึกถึง"  

ถ้าพระเยซูไม่ได้เป็นขึ้นมาจากความตายความเชื่อนี้จะอยู่ได้ถึง 2,000 ปีหรือ ?

ถ้าผมกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นเพื่อนรักกันคนรู้กันทั่วโลก วันหนึ่งสมมุติว่า ประธานาธิบดีตายผมก็เอาศพท่านไปฝังใต้ดิน ซึ่งมีผมรู้คนเดียว ต่อมามีนักข่าวมาถามผมว่า "ประธานาธิบดีไปไหน" ผมบอกว่า "ไปเมืองนอกอีก 2-3 จะกลับ" นักข่าวจะเชื่อผมไหม... ? อาจจะเชื่อ... แต่เชื่อเกิด 10 ปีไหม...? ไม่มีทาง เรื่องไม่จริงไม่มีทางอยู่ได้นานเป็นแน่แต่เพราะว่า การเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์เป็นเรื่องจริงดังนั้นเกือบ 2,000 ปีแล้วคน ก็ยังเชื่อในพระองค์และเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ศพของศาสดาของศาสนาต่าง ๆ ในโลกยังอยู่ แต่ศพของพระเยซูคริสต์หายไปจากอุโมงค์ฝังศพ ถ้าใครไม่เชื่อเรื่องเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ เขาก็าต้องอธิบายให้ได้ว่า... " ศพของพระเยซูคริสต์หายไปไหน "

แฟรงค์ มอริสัน ทนายความชาวอังกฤษด้วยความไม่เชื่อในการเป็นขึ้นมาจากความตาย ของพระเยซูคริสต์ทำให้เขาศึกษาหาข้อมูลสมมุติฐานต่าง ๆ นา ๆ เพื่อพยายามจะอธิบาย ให้ได้ว่า "ศพพระเยซูหายไปใหน ?.." สุดท้ายเขาก็ยอมจำนนด้วยหลักฐานและข้อมูลที่เขาค้นพบ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิตเพราะเขามั่นใจแล้วว่าพระเยซูคริสต์ ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้วจริง

ข้างล่างนี้เป็นสมมุติฐานในการอธิบายว่า "ศพพระเยซูคริสต์หายไปไหน ?"

 

1. ศพพระเยซูหายเพราะถูกศัตรู (คนที่ตรึงพระเยซูคริสต์) ขโมยไป

นี่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าถูกศัตรูขโมยศพไปเมื่อสาวกของพระเยซูคริสต์ประกาศ ว่าพระเยซูคริสต์เป็นขึ้นมาจากความตายศัตรูก็สามารถเอาศพมาคัดค้านคำประกาศของสาวกได้

 

2. ศพพระเยซูหายเพราะสาวกของพระเยซูขโมยไปเอง

อาจจะเป็นไปได้แต่พวกสาวกต้องสู้กับทหารที่เฝ้าอุโมงค์ (เพราะพวกศัตรูกลัวว่าพวกสาวก จะมาขโมยศพหรือมาแย่งศพไป เพราะพระเยซูคริสต์ได้บอกก่อนที่พระองค์จะตายบนไม้กางเขนว่า หลังจากที่พระองค์ตายไปแล้ว 3 วันจะเป็นขึ้นมาจากความตายพวกศัตรูก็รู้เรื่องนี้ดีและไม่เชื่อ กลัวว่าพวกสาวกจะมาขโมยศพไปจึงให้ทหารมาเฝ้า) และถ้าพวกสาวกเป็นคนเอาศพไปจริง พวกเขาก็ต้องรู้ดีว่าสิ่งที่เขาประกาศนั้นเป็นเรื่องไม่จริงถ้าเป็นเช่นนั้นใครจะยอมตายเพราะเรื่องไม่จริง และโกหก เพื่อเสียประโยชน์ (ตั้งแต่พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความาตายจนถึงปัจจุบันมีคนยอมตายเพื่อ พระเยซูคริสต์เจ้าถึง 40 ล้านคน) เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้

 

3. ศพพระเยซูหายไปเพราะคนอื่นมาขโมยไป

ไม่มีแรงจูงใจอะไรเลย ที่คนไม่เกี่ยวข้องจะมาขโมยศพไป ทั้งยังต้องต่อสู้กับทหารที่ เฝ้าอุโมงค์ฝังศพด้วย

 

4. ศพพระเยซูหายไปเพราะทหารเฝ้าอุโมงค์เอาไป

คำถามก็คือ "ทำไมพวกเขาจึงทำเช่นนั้น" ได้ประโยชน์อะไร ? และจะเสี่ยงต่อการ คอขาดทำไม ? (เพราะกฎหมายเวลานั้นเอาโทษหนักสำหรับทหารของอาณาจักรโรมัน)

 

5. ศพพระเยซูหายเพราะพระเยซูไม่ได้ตายจริง แต่แกล้งตาย หลังจากนั้นจึงหนีไป

ข้ออ้างนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะว่าพระเยซูก่อนถูกตรึงบนไม้กางเขน จะต้องถูก ทรมารอย่างหนัก หลังจากนั้นถูกตะปูตอกติดบนไม้กางเขน 6 ชั่วโมง และเมื่อสิ้นใจก็ถูกแทง ด้วยหอกที่สีข้างกและถูกมัดด้วยผ้าหนัก 45 กิโลกรัมมีเครื่องหอมหนัก 100 กิโลกรัมวางบนตัว ถูกขังในอุโมงค์ที่มีหินใหญ่ปิดไว้ มีทหารเฝ้าอย่างแข็งแรง ดังนั้น ถ้าพระเยซูคริสต์ไม่ได้ตายจริง ก็ต้องแกล้งตาย (แกล้งกลั้นลมหายใจ) และจะต้องช่วยตัวเองให้พ้นจากพันธนาการ หลังจากนั้น ก็สู้รบกับทหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย

 

จากเหตุผลข้างต้นทำให้เราไม่มีเหตุผลอื่นที่จะอธิบายได้เลยว่า "ศพพระเยซูหายไปใหน" นอกจากอธิบายว่า "พระเยซูคริสต์ได้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้วจริง ๆ " พระคัมภีร์ยังได้บันทึกอีกว่า หลังจากพระเยซูคริสต์เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว ได้มีคนเป็นจำนวน มากมายที่ได้เห็นพระองค์ และมีครั้งหนึ่งที่มีคนมากกว่า 500 คน เห็นพระองค์พร้อมกัน พระเยซูคริสต์ได้ทรงมาตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาป หลังจากนั้นวันที่ 3 พระองค์ก็ได้เป็นขึ้นมาจาก ความตายและพระองค์ก็ได้เสด็จขึ้นไปยังสวรรค์สถาน และพร้อมที่จะประทานความรอด คือการใช้ ความตายของพระองค์แทนการตายของทุกคนที่ถ่อมใจยอมรับว่าเขาเป็นคนบาปและต้องการพึ่งพระองค์


จากหลักฐานต่างๆพิสูจน์ว่าพระเยซูคริสต์ฟื้นขึ้นมาจากความตายจริงๆ


พระเยซูตรัสว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านว่าผู้ที่วางใจในเรานั้นถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็จะกลับ มีชีวิตขึ้นใหม่เหมือนเราและจะได้อยู่สวรรค์สถานกับเราเป็นนิจนิรันดร์"

ท่านผู้อ่านที่รัก ท่านเป็นคนหนึ่งที่มีความผิดบาปมากมายในชีวิตใช่หรือไม่ ท่านทราบไหมว่าบาป ที่ท่านทำจะต้องรับการพิพากษาจากพระเจ้าผู้ทรงยุติธรรม และบทลงโทษของความบาปก็คือ การตายในนรก

แต่บัดนี้พระเยซูคริสต์พร้อมแล้วที่จะประทานความรอดโดยการตายแทนท่าน เปิดใจของท่านออกเถิด.......

 

อ.นิกร สิทธิจริยาภรณ์

http://www.ccma.i-p.com

 


Blog EntryMar 20, '12 11:35 AM
for everyone
สันติภาพจะเกิดขึ้นไหม?

จากสถานการณ์โลกในยุคปัจจุบันเรารู้ว่าสภาพแวดล้อมของโลกย่ำแย่มาก มีการเกิดภัยธรรมชาติ ภาวะโลกร้อน การกันดารอาหาร สภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การเมืองที่รุนแรง ข่าวลือเรื่องสงครามในตะวันออกกลาง หลายชาติมีหัวรบนิวเคลียร์ และระเบิดนั้นสามารถทำลายล้างโลกได้ในพริบตาเลยทีเดียว ถ้าเราสังเกตดู พระเยซูคริสต์อาจเสด็จกลับมาเร็วๆนี้และอาจเกิดขึ้นภายในช่วงชีวิตของเราทุกคนเลยก็ว่าได้ครับ 

สันติภาพจะมีไหมเมื่อยังมีอาวุธทำลายล้าง

แต่ในพระธรรม ดาเนียล. 9:26-27 ก่อนเหตุการณ์กลียุค 7 ปี ( 1 สัปตะ ) จะมีผู้หนึ่งมาเซ็นสัญญาสันติภาพของโลก และอาจมีการสร้างพระวิหารของยิวขึ้น เพื่อบูรณะการถวายเครื่องบูชาอีกครั้ง   (  หลังจากพระวิหารถูกทำลายในปี คศ.70 )  แต่เมื่อผ่านไปได้ 3 ปีครึ่ง ( ครึ่งสัปตะ ) เขาจะหักสัญญา และยกตัวเป็นพระเจ้า ไล่ฆ่าคริสเตียนและคนยิวที่ถูกละไว้   และช่วงเวลานี้ก็คือช่วงเวลากลียุคที่พระเยซูตรัสตามพระธรรมมัทธิว 24:9-36 นั่นเอง   

รายละเอียดระยะเวลาของช่วงกลียุคตามการเปิดเผยของพระธรรมดาเนียล

มีหลายกลุ่มอยากนำสันติภาพมาสู่ใจกลางของโลก

จะมีพยาน 2 คนมาประกาศที่เยรูซาเล็มเพื่อต่อต้านปฏิปักพระคริสต์จะถูกฆ่าและเป็นขึ้น

มีการเคลื่อนไหวมากมายเพื่อกระบวนการสันติภาพของโลก และการเตรียมสร้างพระวิหารของชาวยิว นั่นมีความหมายว่า ถ้ามีผู้หนึ่งมาทำสัญญา 7 ปีกับอิสราเอล ผู้นั้นก็คือปฏิปักพระคริสต์ หรือคนนอกกฎหมาย ( ANTI CHRIST )นั่นเอง ซึ่งถ้ามันเริ่มเซ็นสัญญาเมื่อไหร่เวลานั้นก็จะเข้าสู่กลียุค 7 ปีทันที โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วง 3 ปีครึ่งแรกเป็นสันติภาพชั่วคราวและกลียุค 3 ปีครึ่งหลัง ซึ่งในช่วงนี้จะมีการบังคับให้รับตรา 666 เพื่อการซื้้อขาย และจะเป็นฉนวนให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือ สงครามอามาเกโดน ที่พระคัมภีร์บอกนั่นเอง 


แบบแปลนพระวิหารที่แท้จริง

ภาพจำลองพระวิหารยิวที่จะอยู่เคียงข้างกับโดมอ็อฟเดอะร็อกของชาวมุสลิม


ตรา 666 ซึ่งเป็นเลขชื่อของสัตว์ร้าย ( ปฏิปักพระคริสต์ ) เพื่อใช้ในการซื้อขาย

แต่มีข่าวดีสำหรับผู้เชื่อที่สัตย์ซื่อและทุ่มเทชีวิตเพื่อพระเจ้าขาเหล่านั้นจะถูกรับขึ้นไปก่อน( Rapture ) ในช่วงที่พระคริสต์จะเสด็จมารับผู้เชื่อในพระคัมภีร์บอกว่าวันนั้นโมงนั้นไม่มีใครรู้ มัทธิว.24:36-43  ตามหลักศาสนศาสตร์เรื่องอวสานศาสตร์อาจมีหลายทฤษฏีที่ตีความต่างกันไปในเรื่องนี้ แต่ถ้าวิเคราะห์ดูแล้ว ดูเหมือนว่าทฤษฏีนี้จะตรงตามพระคัมภีร์มากที่สุด แล้วหลังจากกลียุคพระคริสต์จะเสด็จมาบูรณะโลกอีกครั้งและครอบครองในยุค1,000 ปี กับผู้เชื่อที่มีชัยชนะ


ผู้เชื่อที่มีชัยชนะจะหายไปเพราะถูกรับขึ้นไป

เป็นกลุ่มที่จะได้รับรางวัลและรอดพ้นจากกลียุค

ก่อนเกิดสงครามโกกมาโกกและหลังจากนั้นก็จะถึงยุคแผ่นดินโลกใหม่ฟ้าสวรรค์ใหม่และ กรุงเยรูซาเล็มใหม่ ( ซึ่งเล็งถึงสวรรค์นั่นเอง ) ซึ่งเป็นวันที่เราจะอยู่กับพระคริสต์ตลอดไปเป็นนิตย์และนั่นคือความหวังของพวกเราทุกคนครับ


พระคริสต์จะเสด็จกลับมาพร้อมกับพลไพล่ของพระองค์เพื่อปราบปฏิปักของพระองค์

เมื่อเรารู้ว่าเหตุการณ์ต่างๆใกล้เข้ามาแล้ว เราคงต้องร่วมมือร่วมใจกันทำพันธกิจในการประกาศและสร้างสาวกอย่างเต็มกำลังต่อไป ตามพระมหาบัญชาที่พระคริสต์ได้ทรงสั่งไว้ และเตรียมรับการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ เพราะเรารู้ว่าโลกนี้ก็เป็นเพียงบ้านที่ชั่วคราว ซึ่งบ้านที่แท้จริงของเราอยู่บนสวรรค์ พระเยซูคริสต์สัญญากับเราผู้เชื่อทุกคนว่าพระองค์ได้ไปจัดเตรียมบ้านให้แก่เราแล้วที่บนสวรรค์แล้ว ให้เรารอคอยวันนั้นด้วยกันที่เราจะได้ไปอยู่กับพระเจ้านะครับ 


บ้านที่แท้จริงของเราผู้เชื่อ ฟ้าสวรรค์ใหม่ แผ่นดินโลกใหม่ และ กรุงเยรูซาเล็มใหม่ 

พระเจ้าอวยพรครับ . . .

เหตุผลที่ควรศึกษาเรื่องยุคสุดท้าย



เราจะมาเร็วนี้เเน่นอน ... อาเมนพระเยซู เชิญเสด็จมา



นี่คือเหตุผลข้างต้นเพราะเรื่องนี้ถูกบรรจุอยู่ในพระคัมภีร์เเละมีความคืบหน้าต่อเนื่องตั้งเเต่ปฐมกาลถึงวิวรณ์เราไม่อาจมองข้างและไม่สนใจเลย เพราะเป็นเรื่องที่พระเจ้าต้องการเปิดเผยให้เรา เช่น พระธรรมวิวรณ์ แปลว่า การเปิดเผย

ทุกตอนในพระคัมภีร์เเสดงว่าทุกเรื่องที่ได้รับการดลใจ รวมถึง เรื่องยุคสุดท้าย ด้วย

พระคัมภีร์บอกไว้ชัดเจนในสมัยจะ สิ้นยุคเก่า ที่เราอยู่จะเกิดเหตุการณ์ กลียุค เมื่อดูสถานการณ์รอบตัวเราแล้วถือว่าไกล้จริงๆ


โมเสสเคยพาชนชาติของพระเจ้าอพยพออกมาจากอียิปต์แต่มี 2 คนนี้ต่อต้าน เช่นเดียวกัน เราก็อยู่ในถิ่นทุรกันดารฝ่ายวิญญาณจะไปแผ่นดินที่พระเจ้าจัดเตรียม แต่ก็มีคนขัดขวางและบอกว่าให้เรากลับไปอียิปต์ ( โลก ) กันเถอะความจริงนั้นคือความจริงเรื่อง ยุคสุดท้ายจะมีคนกลุ่มหนึ่งปฏิเสธไม่ยอมรับ ต่อต้านหลอกให้คนไม่สนใจเรื่องสำคัญที่พระเจ้าต้องการจะเปิดเผยให้เราผู้เชื่อ



หวังว่าท่านผู้อ่านจะไม่เป็นคนประเภทที่ 3 นะครับ


นี่แนะเราจะมาเหมือนขโมย

Blog EntryFeb 29, '12 10:56 AM
for everyone

ต้นมะเดื่อแตกใบคืออะไร?


“จงเรียนคำเปรียบเรื่องต้นมะเดื่อ เมื่อแตกกิ่งแตกใบท่านก็รู้ว่าฤดูร้อนใกล้จะถึงแล้ว เช่นนั้นแหละ เมื่อท่านทั้งหลายเห็นบรรดาสิ่งเหล่านั้นก็ให้รู้ว่า พระองค์เสด็จมาใกล้จะถึงประตูแล้ว เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงลับไปก่อนสิ่งทั้งปวงนั้นบังเกิดขึ้น  มธ.24:32-34




ภาพของต้นมะเดื่อที่เเตกกิ่งเเตกใบเล็งถึงการรวมชาติของอิสราเอล 



และใน1ชั่วอายุคน ตามที่โมเสสบอกคือ 70-80 ปี 

กำหนดปีของข้าพระองค์คือเจ็ดสิบ หรือสุดแต่เรื่องกำลัง ก็ถึงแปดสิบ แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแต่งานและความลำบาก ไม่ช้าก็สูญไปและข้าพระองค์ก็จากไป   สดด.90:10

ถ้าเอา 1948+80=2028 แสดงว่าเวลาของโลกยุคเก่านี้จะไม่เกิน ปี คศ.2028 หรือเปล่า ต้องติดตามดูกันต่อไปนะครับไม่มีใครรู้ แต่หากเราสังเกตุว่าสถาณการณ์ของโลกในปีนี้และในปีต่อๆไปเราเห็นว่าโลกนี้กำลังมุ่งไปสู่สงคราม การกันดารอาหาร รวมถึงภัยพิบัติต่างๆ ที่รอวันถาถมมาสู่โลกใบนี้ เพราะฉะนั้นเราควรเตรียมตัวให้พร้อมทุกเวลา เหมือนที่พระเยซูทรงเตือนเราทุกคนกว่า 2000 ปี ที่ผ่านมา   
( ขอย้ำอีกครั้งผมไม่ได้ฟันธงและไม่ได้พยากรณ์ คำนวนวันการกลับมาของพระคริสต์นะครับเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตเฉยๆ  )


เตรียมพบกับยุคใหม่ที่พระคริสต์จะเสด็จมาเหมือนดวงอาทิตย์ที่ขึ้นในยามเช้า

นอกจากนี้ท่านควรจะรู้กาลสมัยว่า บัดนี้เป็นเวลาที่เราควรจะตื่นจากหลับแล้ว เพราะว่าเวลาที่เราจะรอดนั้นใกล้กว่าเวลาที่เราได้เริ่มเชื่อนั้น กลางคืนล่วงไปมากแล้วและ รุ่งเช้าก็ใกล้เข้ามา เราจงเลิกการกระทำของความมืด และจงสวมเครื่องอาวุธของความสว่าง ( รม.13:11-12 )

ดูเถิดเราจะมาเร็วๆนี้ แน่นอน ... อาเมน พระเยซูเจ้าเชิญเสด็จมาเถิด...

 
ขอพระคุณและสันติสุขอยู่กับท่านในก่อนวันสิ้นยุค




เบื้องหลังกำแพงร้องให้





เวสเทิร์น วอลล์ หรือกำแพงร้องไห้


สถานที่นี้ เป็นสถานที่เดียวที่ชาวยิวทั่วโลกสามารถแสดงถึงความรู้สึกเจ็บปวดที่เขาได้สูญเสีย สูญรวมจิตใจไปเมื่อ ปี ค.ศ.70 หลังจากถูกแม่ทัพทิตัสแห่งโรมันทำลายล้างทั้งสถานที่ศักดฺ์สิทธ์ิและเชื้อชาติศักดิ์สิทธิ์ที่ชนชาติยิวภาคภูมิใจเสมอ เขาต้องกระจัดกระจายไปทั่วโลกอย่างหมดสิ้นศักดิ์ศรี ยังไม่พอชนชาติของเขายังมาถูกกวาดล้างเผ่าพันธิ์โดยฮิตเลอร์ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ทำให้ชาวยิวสูญเสียชีวิต กว่า 6 ล้านคน แต่ด้วยความเห็นใจของนานาชาติ สหประชาชาติได้เกิดขึ้นในช่วงนั้นและอนุญาติให้ตั้งรัฐอิสราเอลขึ้นในปี ค.ศ.1948 พวกเขาได้กลับยังที่ดินที่พระเจ้าได้ทรงสัญญาจะมอบให้ตั้งแต่สมัยอับราฮัม หลังจากนั้นชนชาติยิวขยายตัวอย่างรวดเร็ว เขาสามารถยึดที่ดินคืนจากชาติมุสลิมรอบข้างจนได้ชัยชนะอย่างสิ้นเชิงในสมัยสงคราม 6 วัน ทำให้ชาวมุสลิมเกลียดชังชนชาติยิวยิ่งนัก

ปัจจุบันเหลือเพียง 2 พื้นที่ ที่ยังเป็นปัญหาไม่สิ้นสุดคือ บริเวณฉนวนกาซา และ เขตเวสแบ๊งค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งดั่งเดิมของพระวิหารซาโลมอน สถานที่นั้นถูกโดมอ๊อฟเดอะร๊อกครอบทับไว้ ตั้งแต่สมัยยุคกลาง มีเพียงแต่เงื่อนไขแห่งสันติภาพเท่านั้นที่จะทำให้เกิดการสร้างพระวิหารของยิวขึ้นได้
 

จับตาชาติที่มาเกี่ยวข้องกับการเคลียร์ปัญหาของเรื่องนี้ให้ดี เป็นไปได้สูงมากที่ชาติเหล่านี้จะเป็นรัฐบาลโลก โดยรัฐบาลโลกนี้จะถูกควบคุมโดย Anti Christ และมันผู้นี้จะไล่ล่าชาวยิวและคริสเตียนทั่วโลกรวมถึงผู้ที่ไม่ยอมนมัสการมัน สิ่งนี้คือคำพยากรณ์ในวิวรณ์ถึงช่วงกลียุคนั่นเอง...
จับตาดูสมครามอามารเกโดนจะเกี่ยวข้องกับ สหภาพยุโรป อเมริกา ยิว มุสลิมโลกนำโดยอิหร่าน รัสเซีย และ จีน..


ซึ่งสงครามนี้จะเกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ที่ชาติเหล่านี้ครอบครองโดยอเมริกามีนิวเคลียร์มากเป็นอันดับที่ 2  ขณะที่รัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก หัวรบดังกล่างสามารถทำลายล้างโลกได้ อย่างน้อย 4 ครั้งด้วยกัน...

Blog EntryDec 21, '11 10:19 AM
for everyone

ปีไหนจะเป็นการฉลองคริสตมาสสุดท้าย ?



เข้ากระเเสคริสตมาสหน่อยนะครับ ท่านผู้อ่านรู้ใช่ไหมครับว่าวันที่พระเยซูคริสต์บังเกิดที่แท้จริงไม่ใช่ วันที่ 25 ธันวาคม มีทีมงานสารคดีชุดหนึ่งได้นำเสนอว่าจริงๆวันที่พระเยซูบังเกิดอาจเป็นช่วงหน้าร้อน เพราะ หากเป็นหน้าหนาวคนเลี้ยงแกะกับฝูงแกะ คงไม่สามารถออกมาอยู่ลานข้างนอกได้เพราะ ในปาเลสไตน์ช่วงหน้าหนาวจะมีลมแรงมากและหนาวเกินไป ที่คนเลี้ยงจะอยู่ข้างนอกเมื่อช่วงเวลาที่เหล่าทูตสวรรค์มาบอกข่าวดี ว่าพระกุมารเยซูทรงบังเกิดที่โรงวัว ( ลก.2:8 ) จึงมีการคำนวนว่าจริงๆวันที่พระเยซูบังเกิดน่าจะเป็นช่วงกลางๆเดือน เมษายน เพราะคำนวนจากดาวประหลาดที่ปรากฏ นักดาราศาสตร์ วิเคราะห์ว่้าดาวดวงนั้นน่าจะอยู่ในกลุ่มดาวลูกเเกะ ซึ่งมาปรากฏช่วงที่พระเยซูคริสต์มาบังเกิดพอดี ( เป็นแค่ทัศนะหนึ่งครับหากใครไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร )
 วันไหนก็ไม่เป็นไรครับเเม้กำหนดวันไม่ได้ แต่ความหมายของวันนั้นสำคัญกว่า เหมือนพระคัมภีร์ที่บอกไว้ว่า


คนหนึ่งถือว่าวันหนึ่งดีกว่าอีกวันหนึ่ง   แต่อีกคนหนึ่งถือว่าทุกวันเหมือนกัน   ขอให้ทุกคนมีความแน่ใจในความคิดเห็นของตนเถิด ผู้ที่ถือวันก็ถือเพื่อถวายเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า   ผู้ที่กินก็กินเพื่อถวายเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า   เพราะเขาขอบพระคุณพระเจ้า   และผู้ที่ไม่ได้กิน   ก็มิได้กินเพื่อถวายเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า   และยังขอบพระคุณพระเจ้า  รม.14:5-6




พระเยซูมาบังเกิดบนโลกนี้ในที่ต่ำต้อยเพื่อทุกคนสามารถเข้าถึงได้แม้เเต่คนเลี้ยงแกะ



คริสต์มาส เป็นคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ (Christmas) ซึ่งมาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse แปลว่า "บูชามิสซาของ พระคริสตเจ้า" คำว่า "Christes Maesse" พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษ (เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1038) และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas

ประวัติความเป็นมาของวันคริต์มาส ซึ่งเป็นวันประสูติของพระเยซูนั้น ตามหลักฐานในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในรัชกาลของจักรพรรดิออกุสตุสแห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรีย ก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร ด้านนักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนกำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือน ดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริย เทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 64 - ค.ศ. 313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปี ค.ศ. 330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย







แต่นั่นเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องคริสต์มาสที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเราบ้างครับ เรารู้ว่าเวลาบนโลกสั้นลงเรื่อยๆ เราคงได้ฉลองคริสต์มาสกันอีกไม่กี่ปีแล้วละครับ สำหรับพี่น้องที่ยังไม่เคยต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิต หรือ ยังไม่ได้เป็นคริสเตียน อยากให้อ่านข้อเขียนนี้ด้วยความตั้งใจเพราะการตัดสินใจหลังจากการอ่านเรื่องนี้ อาจเป็นการตัดสินว่าที่อยู่ของท่าน หลังจากโลกนี้ไปจะอยู่ที่ไหน ระหว่าง บึงไฟนรก กับ แผ่นดินสวรรค์เลยทีเดียว เพราะมีคำถามที่ทุกคนต้องตอบเมื่อวันนั้นมาถึง คือ วันที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาพิพากษาโลก 








ในคริสต์มาสเมื่อ 2,000 ปีก่อน วันที่พระเยซูคริสต์มาบังเกิดบนโลก มี 4 สิ่งที่แปลกประหลาด มากเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เราจะมาทำความเข้าใจร่วมกันนะครับ ซึ่งความเข้าใจนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตของเราทุกคนเลยทีเดียว  
ก่อนจะเข้าเนื้อหามาเริ่มต้นที่ความเป็น มาของมนุษยชาติก่อนครับ มนุษยชาติถูกสร้างโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงสร้างให้มนุษย์ อยู่ในสวนที่เต็มไปด้วยความอิ่มใจ สวนนั้น คือ สวนเอเดน พระเจ้าอนุญาติให้กินอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้ แต่สิ่งเดียวที่พระเจ้าห้ามคือ การกินผลไม้แห่งความรู้ เพราะพระเจ้าทรงปราถนาจะให้เรากินผลไม้แห่งชีวิตซึ่งเป็นอีกต้นหนึ่ง แต่มนุษย์ก็ไปกินเพราะการล่อลวงของซาตาน ( งู ) มนุษย์กินผลไม้เเห่งความรู้ มนุษย์จึงเป็นผู้รู้เเต่ขาดชีวิต มีความรู้ แต่ต้องตายเพราะขาดชีวิต 











ปกติวัยรุ่นไทยโดยทั่วไปจะมีผมสีดำตามธรรมชาติ ( ต้องเซ็นเซอร์เพราะไม่อยากพาดพิงถึงใคร )




แต่ตามแฟชั่นสไตร์เกาหลีคนไทยจึงไปยอมผมเปลี่ยนจากสีดำให้กลายเป็นสีแดงซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร






แต่เนื่องจากมนุษย์มีความรู้ เเต่ขาดชีวิตและความรัก มนุษย์ตกต่ำถึงขั้น หัวใจของเขาก็ยังเปลี่ยนจากสีแดงตามธรรมชาติมากลับกลายเป็นคนใจดำซะได้



ซึ่งคนที่ใจดำเพราะทำความบาปมีอาการต่างๆดังนี้
 . . .







ในเมื่อสภาพการของมนุษย์ตกต่ำ เพราะเส้นทางแห่งความรู้ที่มนุษย์ยึดถือ ทำให้มนุษย์ เต็มไปด้วยความบาปชั่ว ศาสนาก็ไม่อาจล้างบาปได้  เพราะ สีดำหรือสีของความบาปนี้เกาะกินเข้าไปในหัวใจส่วนลึกของมนุษย์
 ทำให้ความรู้ที่มนุษย์มีอยู่ก็ไร้ประโยชน์ ความรู้นั้นไม่อาจช่วยให้มนุษย์หลุดพ้นจากความมืดได้

แต่ในท่ามกลางความมืดมิดแห่งจิตใจนั้น ก็มีแสงสว่างส่องออกมาจากดวงดาวเล็กๆดวงหนึ่ง เมื่อประมาณ 2,000 ปีที่ผ่านมา ดวงดาวนี้เป็นดั่งความหวังของมวลมนุษย์ชาติ เพราะเป็นดวงดาวเเห่งคำพยากรณ์ถึงการมาบังเกิดของ ผู้หนึ่งที่จะมาชำระล้างหัวใจของมนุษยชาติที่เป็นสีดำให้กลับมาเป็นสีแดงอีกครั้ง









ในคำคืนที่มืดมิดเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อนมีดาวดวงนี้ปรากฏขึ้นซึ่งเป็นแสงสว่าง แตกต่างจากดวงดาวทั่วไปที่ปรากฏขึ้นในโลกนี้ เเละดาวดวงนี้ยังเป็นความหวังให้กับมวลมนุษยชาติ ดาวประหลาดดวงนี้นำคนกลุ่มหนึ่งมาเพื่อจะพบกับท่านผู้หนึ่งที่จะมารับความผิดบาปและช่วยกู้โลกให้พ้นจากความตายและคำสาปแช่งซึ่งกัดกินเข้าไปข้างในจิตใจของคนทำให้จิตใจของคนในทุกยุคทุกสมัยดำมืดไปด้วยความบาปชั่ว






และมีกลุ่มคนที่ติดตามดาวประหลาดนี้มาก็คือ นักปราชหรือโหราจารย์จากตะวันออก ( มีหลายคนบอกว่าเป็นผู้รู้ที่มาจากเปอร์เซียเพราะมีคำเรียกคนเหล่านั้นว่า เมจัย หรือ เมจิก เป็นคำเปอร์เซีย ) ซึ่งคนกลุ่มนี้ถือว่าเป็นคนประหลาดในสายตาของคนยิวเพราะเขามักมองว่าคนต่างชาติเป็นตัวประหลาดสำหรับชนชาติของเขา กลุ่มคนประหลาดกลุ่มนี้มาตามหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เขาเชื่อว่ากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่มาบังเกิดนี้จะสามารถปลดเปลื้องและชำระจิตใจที่ดำมืดด้วยความบาปของเขาให้สะอาดอีกครั้ง









แต่แล้วในที่สุดกลุ่มคนที่ประหลาดกลุ่มนี้ก็มาพบกับกษัตริย์ที่เขาตามหา แม้ว่าเขาจะไปตามหาผิดที่ เขาไปตามหากษัตริย์องค์นี้จากวังของเฮโรดซึ่งนำความขุ่นเคืองใจอย่างมาก จนกษัตริย์เฮโรดสั่งฆ่าเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ขวบลงมา ( ซึ่งเราจะไม่พูดถึงรายละเอียดในเรื่องนี้ อ่าน มัทธิว บทที่ 1-2 ) และกษัตริย์ที่เขาพบก็ไม่ใช่เหมือนกษัตริย์ทั่วไป แต่เป็นกษัตริย์ที่แปลกประหลาดมากคือ 1. กษัตริย์องค์นี้ไม่ได้เกิดในวังแต่เกิดที่รางหญ้า 2.กษัตริย์องค์นี้ไม่ได้เป็นคนธรรมดา แต่ เป็นพระเจ้ามาบังเกิดบนโลกนี้ กษัตริย์องค์นี้ชื่อ เยซู 


จริงๆแล้วพวกนักปราชญ์ หรือ โหราจารย์ ไม่ได้มาพบพระกุมารเยซูที่ รางหญ้าดังที่มีรูปภาพต่างๆที่เราคุ้นเคยกัน เพราะเข้าใจว่าคนกลุ่มนี้มาพบพระกุมาร ประมาณ 2 ปี หลังจากที่พระเยซูทรงบังเกิด พระคัมภีร์บันทึกว่า เมื่อคนกลุ่มนี้มาพบพระกุมาร ก็ขึ้นไปในเรือน หรือ ขึ้นไปในบ้าน ไม่ใช่เข้าไปในโรงวัว ในที่สุดกลุ่มคนที่ประหลาด กลุ่มนี้ก็สามรถมาพบพระเยซูกษัตริย์ที่แปลกประหลาดองค์นี้ได้ โดยการนำของดวงดาวที่ประหลาด และ ในวันคริสต์มากก็เกิดสิ่งที่ประหลาดขึ้นอีกคือ กลุ่มคนกลุ่มนี้ได้มอบ ของขวัญที่ประหลาดให้แก่กษัตริย์ที่ประหลาดองค์นี้








กลุ่มคนที่ประหลาดกลุ่มนั้นได้นำของขวัญที่แปลกประหลาดมาก คือ ของขวัญที่คนโดยทั่วไปไม่ให้กัน โดยของขวัญนั้นคือ คำพยากรณ์ของกษัตริย์ที่ประหลาดองค์นี้ซึ่งเป็นข้อล้ำลึก และพูดถึงความหมายของตัวตนกษัตริย์ผู้นี้และภาระกิจที่กษัตริย์ผู้นี้จะทำในอนาคต แสดงว่า คนกลุ่มนี้มีความเชื่อในกษัตริย์องค์นี้มาก เขารอนเเรมเดินทางแสนไกลมาด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า ซึ่งของขวัญ 3 สิ่งนี้แฝงไปด้วยความหมาย และ ความหมายสำหรับของขวัญที่ประหลาดทั้ง 3 ชิ้นนี้คือ






เขาเหล่านั้นได้ยอมรับว่าพระกุมารเยซูนี้ทรงเป็นกษัตริย์ที่จะมาครอบครองโลกและจักรวาลนี้ในอนาคต คือ ในยุค 1,000 ปี พระองค์จะเป็น King of Kings โดยแท้จริงในการเสด็จมาครั้งที่ 2 เพราะคริสตมาสคือ การเสด็จมาครั้งเเรกด้วยความทุกข์และยากลำบาก แต่ การเสด็จมาครั้งที่ 2 จะมาด้วยสง่าราศี พระองค์จะทรงม้าขาวและนำพลไพร่ของพระองค์มายังโลก เพราะทองคำนั้นควรคู่กับกษัตริย์ ทองคำนั้นมีค่าและบริสุทธ์อย่างมาก ของขวัญชิ้นแรกนี้จึงควรคู่กับพระคริสต์ผู้เป็นกษัตริย์ คนกลุ่มนั้น ( นักปราชญ์ ) ได้ยอมรับว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ คำถามคือ ท่านยอมรับหรือไม่ว่า พระเยซูคริสต์องค์นี้ทรงเป็นกษัตริย์ เหนือ กษัตริย์ทั้งหลายในโลก







ของขวัญที่ประหลาดชิ้นที่ 2 คือ กำยาน ซึ่งใช้ในการเป็นเครื่องหอมบูชาและนมัสการพระเจ้าของคนยิว แสดงว่านักปราชญ์กลุ่มนี้ ได้ยอมรับว่า พระเยซูคริสต์องค์นี้ทรงเป็นพระเจ้าด้วย ไม่ได้เป็นเพียงกษัตริย์เท่านั้น พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าแท้ ที่มาบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อเราทุกคน มนุษย์ทุกคนต้องการพึ่งพาและนมัสการพระเจ้า และต้องการเห็นและสัมผัสกับพระเจ้า พระเยซูคริสต์จึงมาบังเกิดบนโลกนี้เพื่อให้ทุกคนสามารถสัมผัสและนมัสการพระองค์ได้ และวันนั้นเมื่อพระองค์เสด็จมาครั้งที่ 2 ทุกเข่าจะก้มลงกราบนมัสการพระองค์ และทุกลิ้นจะยอมรับว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า แล้วท่านได้ยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าหรือไม่...








ของขวัญชิ้นสุดท้ายคือ มดยอบเป็นเครื่องหอมในการชโลมศพ นอกจากพระเยซูคริสต์จะเป็นทั้งกษัตริย์ เป็นทั้งพระเจ้า พระองค์ยังทรงเป็นพระผู้ไถ่บาปด้วย เพราะจากของขวัญชิ้นนี้เป็นการพยากรณ์อีกว่าพระเยซูคริสต์จะทรงมาตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของมวลมนุษยชาติทุกคนบนโลกนี้ด้วย หลักการของพระเจ้าคือ หากจะมีผู้หนึ่งรับบาปหรือไถ่บาปแทนอีกผู้หนึ่งได้ ผู้นั้นต้องไม่มีบาปเลย พระเยซูคริสต์พระองค์ไม่มีบาปเลยเพราะพระองค์คือ พระเจ้าผู้บริสุทธ์ เพราะฉะนั้นมีแต่พระเยซูคริสต์เท่านั้นที่สามารถ รับบาป หรือ ไถ่บาปแทนเราได้ หากเราเชื่ออย่างจริงใจว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ทรงตายเพื่อรับบาปแทนเรา และทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย ในวันที่ 3 พระคัมภีร์สัญญาแก่เราว่าเราจะมีชีวิตนิรันดร์  ( ยน.3:16 ; รม.10:9 )


ความหมายของมดยอบเล็งถึงการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระองค์ จะเป็นกลิ่นหอม และ ฟุ้งไปทั่วแผ่นดินโลก กลิ่นหอมนั้นคือข่าวประเสริฐที่ สาวกได้ประกาศการเป็นขึ้นของพระคริสต์นั่นเอง แม้พระศพของพระเยซูคริสต์จะถูกฝังไว้ในอุโมงค์ แต่ฝาที่ปากอุโมงค์ก็ไม่สามารถปิดกันพระองค์ได้ พระองค์มีชัยชนะเหนือความบาปมืดและความตาย ในการเป็นขึ้นของพระองค์ที่เป็นกลิ่นหอมของมดยอบ ที่นักปราชญ์นำมาถวายแด่พระองค์ ท่านยอมรับหรือไม่ว่า พระเยซคริสต์ทรงเป็นพระผู้ไถ่ของท่าน








พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายจริงๆในวันที่ 3 หากเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริงแล้วศพของพระเยซูอยู่ที่ไหน ?



พระองค์ทรงสำแดงตัวแก่สาวกมากกว่า 500 คนในการเป็นขึ้นมาของพระองค์









หากท่านยอมรับใน 3 ข้อนี้ หลังจากโลกนี้ไปแล้วท่านจะได้ไปอยู่กับพระเจ้าในแผ่นดินสวรรค์อย่างแน่นอนเพราะพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ตรัสแล้วไม่คืนคำ จากหัวใจของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยสีดำ พระเจ้าจะทรงชำระใจของเราให้สะอาดอีกครั้งหนึ่งโดยการที่พระเยซูคริสต์ทรงล้างใจของเราทุกคน โดยการมาบนโลกนี้และตายไถ่บาปแทนเราทุกคน เพียงแต่เราเปิดใจของเราอธิษฐานเชื้อเชิญพระองค์เข้ามาในชีวิต






หวังว่าคริสต์มาสปี้นี้จะไม่ใช่คริสตมาสสุดท้ายในชีวิตของท่านเพราะเราจะไม่ได้ฉลองคริสต์มาสตลอดไปเพราะจะมีคริสต์มาสสุดท้ายแน่ๆซึ่งใกล้เข้ามาแล้ว . . .

ขอพระคุณและสันติสุขอยู่กับท่านตลอดไปจนกว่าจะสิ้นยุค

Oct 9, '10 11:27 AM
สำหรับ ทุกคน


เมื่อวันที่ 5 ต.ค.53 ที่ อาคารรัฐสภา 2 ชั้น 3 ห้องรับรอง 1-2 
คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ร่วมกับคลื่นข่าวเอฟเอ็ม 101 
จัดสัมมนา " กรุงเทพนครใต้น้ำ" 
เนื่องจาก กทม.เป็น1 ใน 21 เมืองชายฝั่งที่ได้รับการคาดการณ์
ว่าจะมีป­ระชากรสูงถึง 8 ล้านคน ภายในปี 58 
มีความเปราะบางสูงมากที่จะถูกน้ำท่วม จากผลวิจัยของสถาบันเวิลด์วอทช์..... 



นายสมิทธ  ธรรมสโรช  กรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า   ยืนยันว่ากทม.
มีโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมขัง 0.50-1 เมตร เป็นเวลายาวนานอย่างแน่นอน 
เมื่อถึงวันนั้นระบบเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยว เช่น วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง 
พระที่นั่งอนันตสมาคม จะได้รับผลกระทบแน่นอน   ที่สำคัญพื้นที่ที่ติดชายฝั่งทะเล  
อาทิ  จ.สมุทรปราการ  จ.สมุทรสาคร และ จ.สมุทรสงคราม  ที่มีโรงงานกว่า 10,000 
แห่งตั้งอยู่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด  และอาจจะเกิดภาวะคนตกงานนับ 100,000 คน


ข่าวจาก สยามรัฐ

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

น้ำท่วมเกี่ยวกับวันสิ้นโลกหรือไม่

น้ำท่วมเชียงใหม่ 2554

น้ำท่วมเชียงใหม่ 2554


โปรดติดตามชมข้อเขียนตอนต่อไป...



ทางรอดสุดท้ายก่อนวันสิ้นยุค
เส้นทางสู่ความสุขแท้เเบบ 7/11


ข้อเขียนฉบับนี้ผมตั้งใจเขียนสำหรับผู้ที่ยังไม่เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ ผมอยากพูดด้วยความจริงใจว่าสิ่งที่ผมจะเล่าให้ทุกท่านฟังเป็นสิ่งที่บันทึก ไว้ในพระคัมภีร์ เป็นเรื่องจริงและสำคัญที่สุด หากท่านได้อ่านบทความต่างๆที่ผมเขียนผมอยากบอกว่าฉบับนี้สำคัญที่สุด มันเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของท่านในอนาคต เพราะโลกนี้ใกล้สูญสลายเต็มที่แล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับความจริงแห่งชีวิตหรือเรื่องความสุขที่แท้จริงนั่นเอง ผมขอร้องให้ผู้ที่ยังไม่เชื่อในพระคริสต์อ่านนะครับ





หลายคนอยากมีความสุขตลอดเวลาหรือสุขแบบตลอด 24 ชม. เหมือน 7 / 11แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถมีความสุขตลอดเวลาได้ อะไรคือสาเหตุ ?





สาเหตมาจาก มนุษย์ไม่รู้ที่มาที่ไปของชีวิตนั่นเอง แท้จริงแล้วในอดีตพระเจ้าสร้างมนุษย์เพื่อมารับความสุข แต่ทำไมมนุษย์จำนวนมาก ยังไม่มีความสุขแท้  เพราะไม่รู้ความหมายของชีวิต  เงิน ทอง ครอบครัว การศึกษา ความมั่นคงของชีวิตที่มี ก็ไม่อาจตอบคำถามลึกๆในใจได้  ซึ่งสาเหตของการที่มนุษย์ไม่มีความสุขแท้ มาจากการที่มนุษย์ไม่เชื่อฟังพระเจ้านั่นเอง




ในสวนเอเดนนั้น มนุษย์ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ผู้ทรงสร้างพวกเขา แต่มนุษย์กลับไปเชื่องู ( ซาตาน ) ทำให้มนุษย์ถูกตัดขาดจากพระเจ้า ความบาปนี้ จึงเข้ามาอยู่ภายในมนุษย์ และกลายเป็นนิสัย ตัวตนของเราทุกคน ปัญหาคือ มนุษย์เป็นคนบาป จึงถูกตัดขาดจากพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงบริสุทธิ์  มนุษย์จึงไม่สามารถไปถึงพระเจ้า มีหุบเหวกั้นอยู่







พระคริสตธรรมคัมภีร์บอกว่าค่าจ้างของความบาปคือ ความตาย เมื่อมนุษย์ทำบาปจึงถูกตัดขาดจากพระเจ้า มารซาตานได้ฉีดเชื้อแห่งความบาปเข้ามาภายในมนุษย์และเมื่อมันออกฤทธิ์จึงทำให้ มนุษย์ต้องอยู่ในความตาย โดยความตายนี้ มารซาตานจึงครองโลกนี้ โดยอำนาจแห่งความบาปซึ่งนำไปสู่ความตายของมัน มนุษย์จึงไม่สามารถหลุดพ้นจากความตายได้เลยซักคน


ทุกวันนี้ มารซาตาน มันเข่นฆ่ามนุษย์ทุกคน ผู้คนในโลกนี้อยู่ใน ความตาย ซึ่งคืออาวุธของมัน ไม่มีใครหลุดพ้นได้ คำสอนของศาสนาพุทธกล่าวเกี่ยวกับความตายว่า ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น มนุษยชาติหมดหวังโดยสิ้นเชิง เพราะมนุษย์เต็มไปด้วยคำสาปแช่งเเห่งความตาย





แต่มนุษยชาติก็ยังไม่เคยยอมแพ้ มนุษย์พยายามสร้างสะพานเพื่อจะไปถึงพระเจ้า ( สวรรค์ ) พยายามทำดี นับถือศาสนา ประกอบศีลธรรม ทำความดี ยึดคุณธรรม แต่สะพานเหล่านั้นสั้นเกินไป มันไม่สามารถไปถึงพระเจ้าได้ มนุษย์ ทำบุญ ทำดี หรือ แม้กระทั่งนับถือศาสนาต่างๆ รวมถึงศาสนาคริสต์ด้วย แต่สิ่งเหล่านั้นไม่เคยทำให้มนุษย์อิ่มใจเลย เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวของศาสนาแต่อยู่ที่มนุษย์มีความผิดบาปอยู่ข้างใน ต่างหาก เพราะเเม้มาตราฐานของศาสนานั้น ดีเเค่ไหนแต่ก็ไม่มีใครสามารถทำตามเงื่อนไขได้ครบ มนุษย์จึงหมดหวังและว่างเปล่าจริงๆ . . . แต่พระเจ้าก็ยังคงรักมนุษย์อยู่เสมอเพราะมนุษย์เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา






พระเจ้าทรงรักมนุษย์ผู้กบฏอย่างสุดใจ เพราะมนุษย์เป็นสิ่งทรงสร้างที่พระเจ้าทรงรักและทรงให้คุณค่าที่สุด พระเจ้าจึงได้ทรงลงมาบังเกิดบนโลกนี้เป็นมนุษย์ เพื่อสามารถรับความผิดบาปแทนเราทุกคนได้ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ที่ปราศจากบาป พระองค์ทรงมาบังเกิดในที่ต่ำต้อยใช้ชีวิตอยู่ ทางตอนเหนือของปาเลสไตน์ ทรงมีอาชีพเป็นช่างไม้ ซึ่งชายผู้นี้คือ เยซูแห่งนาซาเร็ธ นั่นเอง แต่ 30 ปีผ่านไป พระองค์ทรงออกมาประกาศเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าและบอกความจริงแก่ผู้นำศาสนาและมนุษย์ทุกคนว่าพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าหรือว่าพระองค์คือผู้นั้นที่จะมาปลดปล่อย และรับความผิดบาปของทุกคนที่เชื่อในพระองค์





พระองค์ตรัสว่า เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา




พระเยซูคริสต์ได้ยอมรับคำแช่งสาปแทนมวลมนุษยชาติ






แต่ด้วยการกล่าวอ้างว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าจึงถูกจับตรึงกางเขนและประหารชีวิตจากผู้ที่เกลียดชังพระองค์ ทั้งที่พระองค์ปราศจากความผิด แต่โดยวิธีนี้พระองค์จึงสามารถรับความผิดบาปของทุกคนที่เชื่อในพระองค์ได้ เพราะผู้ที่เชื่อในพระองค์ก็จะมีชีวิตนิรันดร์ ( ได้ขึ้นสวรรค์ ) 







เรื่องไม่จบลงตรงที่พระเยซูคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเท่านั้น แต่พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากความตายในวันที่ 3 พระองค์ชนะความตาย ชนะอำนาจของความบาปและความตายที่มารซาตานมันใช้ในการครอบงำมนุษยชาติทุกคน







โดยการตายและการเป็นขึ้นของพระเยซูคริสต์ ทำให้เราทุกคนสามารถไปถึงพระเจ้า ( สวรรค์ ) ได้ โดยผ่านพระเยซูคริสต์ สาวกที่เคยติดตามพระองค์ เมื่อพระองค์ถูกจับกลับทอดทิ้งพระองค์หมด แต่เมื่อพระองค์ฟื้นขึ้นจากความตาย พวกเขาได้พบพระองค์ และได้เชื่อในพระองค์





หลังจากที่พระเยซูคริสต์เป็นขึ้นจากความตาย พระองค์ทรงสั่งให้สาวกของพระองค์ทุกคนออกไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่พระองค์ได้ทรงทำ คือ ทรงมาบังเกิด ทรงเป็นพระเจ้า ทรงตายแทนทุกคน ทรงเป็นขึ้น ทรงเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ และจะทรงเสด็จกลับมา เพื่อรับผู้ที่เชื่อในพระองค์ และ พิพากษาทุกคนที่ปฏิเสธพระองค์ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการให้สาวกของพระเยซูในสมัยนั้นออกไปทั่วโลกและ สร้างสาวกของพระองค์ บอกเตือนคนทั้งหลายว่าพระองค์จะเสด็จกลับมา




ข่าวประเสริฐมีสำหรับชนทุกชาติ และ ทุกศาสนา ทั่วโลก






นับตั้งเเต่วันนั้นเป็นต้นมาเหล่าสาวกออกไปทั่วโลก และการประกาศข่าวดีนี้ มีทั้งคนที่เชื่อในข่าวนี้แต่หลายคนก็ได้ปฏิเสธ ซึ่งการเชื่อหรือปฏิเสธนี้ เป็นการแย่งชิงและต่อสู้ระหว่างความจริงแห่งข่าวประเสริฐและความเท็จจากมารซาตาน โดยเงื่อนไขของการรับการช่วยกู้จากพระคริสต์มีดังนี้ . . .







ทั้ง 6 ข้อนี้คือ เงื่อนไขแห่งการเชื่อในข่าวประเสริฐ ด้วยความจริงใจของผม อยากบอกว่าหากใครยังไม่เชื่อใน 6 ข้อนี้ผมแนะนำว่าให้ท่านตัดสินใจเชื่ออย่างจริงใจ พระเจ้าทรงสัญญาว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจริง




เพราะเวลาบนโลกนี้น้อยลงเรื่อยๆ โลกนี้ใกล้ถึงจุดจบแล้ว คำพยากรณ์ในพระคัมภีร์กำลังสำเร็จ




สงครามโลกครั้งที่ 3 กำลังมาถึง โลกเก่านั้กำลังล่มสลาย





พระเยซูคริสต์กำลังเสด็จกลับมา เพื่อปราบชนชาติผู้เป็นปฏิปักษิ์ของพระองค์





ประตูเข้าสู่ความสุขแท้ เปรียบเหมือนประตูที่จะเข้าสู่เรือโนอาห์โดยทางของพระคริสต์




ตอนนี้ประตูแห่งความสุขแท้ยังเปิดตลอด 24 ชม.




แต่วันหนึ่งประตูนี้จะปิดตายเมื่อหมดเวลาของโลกนี้ เพราะฉะนั้นให้ท่านรีบตัดสินใจ




เพราะว่าสมัยของโนอาห์ เคยเป็นอย่างไร เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นอย่างนั้น 

มธ.24.37


ก่อนอื่นพึงรู้ข้อนี้คือ ในวาระสุดท้ายพวกที่ชอบเยาะเย้ยจะมาเยาะเย้ย และทำตามตัณหาของตนเอง และจะถามว่า “พระสัญญาว่าพระองค์จะเสด็จมานั้นอยู่ที่ไหน? เพราะว่าตั้งแต่บรรพบุรุษล่วงหลับไปแล้ว ทุกสิ่งก็เป็นอยู่เหมือนเดิมตั้งแต่ทรงสร้างโลก” เพราะว่าพวกเขาจงใจลืมข้อนี้เสีย คือโดยพระวจนะของพระเจ้า ฟ้าได้อุบัติขึ้นตั้งแต่โบราณ และแผ่นดินได้เกิดออกมาจากน้ำและด้วยน้ำ(แปลได้อีกว่า และอยู่ท่ามกลางน้ำ)  โดยน้ำนั้นเอง โลกในเวลานั้นก็ได้ถูกทำลายไปด้วยน้ำท่วม และโดยพระวจนะเดียวกันนั้นเอง ฟ้าและแผ่นดินในปัจจุบัน ก็เก็บรักษาไว้สำหรับไฟ ถูกเก็บไว้จนกว่าจะถึงวันพิพากษาและวันหายนะของบรรดาคนอธรรมแต่ท่านที่รักทั้งหลาย อย่ามองข้ามความจริงข้อนี้เสีย คือวันเดียวของพระเจ้าเป็นเหมือนกับพันปี และพันปีก็เป็นเหมือนกับวันเดียว องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่ทรงอดทนกับพวกท่าน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ให้ใครพินาศเลย แต่ทรงประสงค์ให้ทุกคนกลับใจใหม่ แต่วันขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น จะมาถึงเหมือนอย่างขโมย และในวันนั้น ฟ้าจะหายลับไปด้วยเสียงดังกึกก้อง และโลกธาตุจะสลายไปด้วยไฟ และแผ่นดินกับสิ่งสารพัดที่มีอยู่บนนั้น จะถูกเผาจนหมดสิ้น 

2 ปต.3.3-10


ผู้ที่ยังไม่ มั่นใจว่าหลังจากตายไปแล้วจะได้อยู่กับพระเจ้าหรือไม่ หรือ ผู้ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิตเป็นการส่วนตัว หรือ สนใจเรื่องที่ผู้เขียนนำเสนอ โทรมาได้ตลอด 24 ชม. ที่เบอร์โทร 089 700 2759 หรือที่ beerhaja@hotmail.com 

ข้อมูลเรือโนอาห์
 
http://godwithus.xn--42c8am9ad6b4dk1h.net/article/article_detail.php?no=000039a





ขอพระคุณและสันติสุขอยู่กับท่าน ฉบับหน้าเป็นของผู้เชื่อ ติดตามอ่านดูครับ

Blog EntryApr 15, '11 2:35 AM
for everyone
สงครามอาหรับคำพยากรณ์ก่อนการเสด็จกลับมาของพระคริสต์



ชาติอาหรับต่างๆที่กำลังมีการประท้วงรัฐบาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อาจเป็นสัญญาณ อะไรบางอย่างให้เราสังเกต โดยจากเหตการณ์วิกฤตในครั้งนี้เริ่มต้นจากประเทศอียิปต์ พระวจนะของพระเจ้ากำลังสำเร็จและครบถ้วนเมื่อพระคริสต์จะเสด็จมาให้เราผู้เชื่อเตรียมตัวสู่วันสิ้นยุคร่วมกัน... ดังพระธรรมสดุดีได้บรรทึกไว้เมื่อหลายพันปัก่อน

ข้าแต่พระเจ้า  ขออย่าทรงนิ่งอยู่ ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทรงเงียบ และเฉยอยู่ เพราะนี่แน่ะ  ศัตรูของพระองค์สับสนอลหม่าน บรรดาผู้ที่ชังพระองค์ได้ยกศีรษะของเขาขึ้น เขาวางแผนการแยบคาย  สู้ประชากรของพระองค์  เขาปรึกษากันสู้ผู้ที่พระองค์ทรงทะนุถนอม เขาพูดว่า  “มาเถิด   ให้เรากวาดเขาออกจากการเป็นประชาชาติ อย่าให้ระลึกถึงชื่ออิสราเอลอีกต่อไป” เออ   เขาปองร้ายเป็นใจเดียวกัน  เขาทำพันธสัญญาสู้พระองค์  คือ เต็นท์ของเอโดมและคนยิชมาเอล  โมอับและคนฮาการ์  เกบาล อัมโมน และอามาเลค ฟีลิสเตียกับชาวเมืองไทระ อัสซีเรียก็สมทบเขาด้วย  เขาเป็นแขนของลูกหลานของโลต  ขอทรงทำกับเขาอย่างพระองค์ทรงกระทำกับ มีเดียน อย่างที่ทำกับสิเสราและยาบินที่แม่น้ำคีโชน  ผู้ถูกทำลายที่ตำบลเอนโดร์ ผู้กลายเป็นปุ๋ยของที่ดิน ขอทรงทำขุนนางของเขาเหมือนโอเรบ และเศเอบ  ทำเจ้านายทั้งสิ้นของเขาเหมือนเศบาร์และ ศาลมุนนา ผู้ที่กล่าวว่า  “ให้เราเอาทุ่งหญ้าของพระเจ้า มาเป็นกรรมสิทธิ์ของเราเถิด” ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์  ขอทรงทำเขาให้เหมือนผงคลี ที่วนเวียนเหมือนแกลบต่อหน้าลม อย่างไฟเผาผลาญป่าไม้ อย่างเปลวเพลิงที่ให้ภูเขาลุกโพลง  ขอทรงติดตามเขาไปด้วยพายุของพระองค์ และทรงทำให้เขาคร้ามกลัวด้วยวาตะ ทรงให้หน้าของเขามีความอาย  ข้าแต่พระเจ้า เพื่อเขาจะได้แสวง   พระนามของพระองค์   ขอให้เขาอับอาย  และกลัวอยู่เป็นนิตย์  ให้เขาอดสูและพินาศไป ให้เขาทั้งหลายทราบว่าพระองค์ผู้เดียว  ผู้ทรงพระนามว่าพระเยโฮวาห์  ทรงเป็นผู้สูงสุดเหนือแผ่นดินโลกทั้งสิ้น ( สดด.83 )


ทำแตกตื่น'ดูไบ'ต้องสั่งรื้อป้ายยักษ์เตือนเดือนหน้า'วันสิ้นโลก'!!




  บิลบอร์ดโฆษณาในดูไบที่เตือนว่าใกล้ถึงวันสิ้นโลก


 เอเอฟพี - ดูไบ สั่งถอดป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ของคริสเตียนอเมริกันที่ติดตั้งไว้ทั่วรัฐแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แห่งนี้ เหตุสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วหลังอ้างว่าโลกจะถึงจุดจบในเดือนหน้า สื่อมวลชนท้องถิ่นรายงานเมื่อวันจันทร์(11)
       
เจ้าหน้าที่ระดับสูงกล่าวกับหนังสือพิมพ์กัล์ฟนิวส์ ว่า "โฆษณาทางบิลบอร์ดนี้อ้างว่าวันที่ 21 พฤษภาคม 2011 จะเป็นวาระสุดท้ายของโลกตามพระคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งมันก่อความตื่นตระหนกและความห่อเหี่ยว ดังนั้นจำเป็นจะต้องรื้อมันออก"

"วันแห่งความสะพรึงกลัว แล้วจะมีใครยืนหยัดต่อสู้กับมันได้?" ข้อความบนป้ายโฆษณาระบุ ทั้งนี้บิลบอร์ดดังกล่าวจัดทำโดยคริสเตียนอเมริกันกลุ่มหนึ่งซึ่งดำเนินการเครือข่ายวิทยุเกี่ยวกับศาสนาที่ชื่อว่า "แฟมิลี เรดิโอ"
       
โมนา คามิส อีบรอฮีม ผู้ตรวจตราการเผยแพร่โฆษณาในดูไบ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษ "ทางเทศบาลนครจะถอดโฆษณานี้อย่างเร็วที่สุด มันคือความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากแต่ละวันมีคนยื่นคำร้องขออนุญาตเป็นจำนวนมาก และทุกอย่างที่ขัดแย้งกับศาสนาอิสลามไม่เคยได้รับอนุญาตเผยแพร่โฆษณา"
       
การชักจูงให้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นนอกจากอิสลามถือเป็นสิ่งต้องห้ามในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
       
อย่างไรก็ตามทาง แมรี ชีแฮน ตัวแทนของแฟมิลี เรดิโอ บอกกับกัล์ฟนิวส์ว่าเธอและสามีเพียงต้องการเตือนประชาชนเกี่ยวกับวันพิษากษาโลกเท่านั้น และไม่มีมองถึงเรื่องเชื้อชาติ ศาสนาหรืออื่นใด เพราะว่าสิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อทุกคน"



เข้าใจว่ากลุ่ม แมรี ชีแฮน ตัวแทนของแฟมิลี เรดิโอ เป็นกลุ่มเทียมเท็จที่ปฏิเสธ ตรีเอกกานุภาพ ของพระคริสต์ แต่แอบอ้างว่าเป็นคริสเตียน เราพอจะสังเกตได้ว่าในยุคสุดท้ายนี้ พวกเทียมเท็จก็ทำงานหนัก เพราะสำเร็จตามคำพยากรณ์ว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จ และคำสอนเท็จเกิดขึ้นมากและจะนำคนมากมายให้หลงไป เพราะฉะนั้นเราในฐานะผู้เชื่อเราต้องยึดมั่นในพระวจนะของพระเจ้าและมีชีวิตแห่งชัยชนะโดยพระวจนะของพระเจ้าเท่านั้น 

พระเยซูตรัสตอบเขาว่า  ระวังให้ดี   อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง ด้วยว่าจะมีหลายคนมา ต่างอ้างนามของเราว่าตัวเขาเป็นพระคริสต์ เขาจะให้คนเป็นอันมากหลงไป ท่านทั้งหลายจะได้ยินเสียงสงคราม  และข่าวลือเรื่องสงคราม  คอยระวังอย่าตื่นตระหนกเลย ด้วยว่าบรรดาสิ่งเหล่านี้จำต้องบังเกิดขึ้น แต่ที่สุดปลายยุคยังไม่มาถึง เพราะ  ประชาชาติต่อประชาชาติ ราชอาณาจักรต่อราชอาณาจักรจะต่อสู้กัน  ทั้งจะเกิดกันดารอาหารและแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เป็นขั้นแรกแห่งความทุกข์ลำบาก  ซึ่งต้องมีมาก่อนกำเนิดยุคใหม่ ( มธ.24:4-8 )




ปธน.อิหร่านหวังร่วมมือกับโป๊ปยุติการใช้ศาสนาสร้างความรุนแรง



แผ่นดินไหวไม่ใช่ภัยที่น่ากลัวที่สุด




2-3 ปีที่ผ่านมานับว่ามีภัยพิบัติใหญ่ที่เข่นฆ่าชีวิตของผู้คนนับแสนโดยเฉพาะภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว ไม่ว่าจะเป็นที่จีน เฮติ ชิลี และล่าสุดที่ญี่ปุ่น ซึ่งจะมีบ่อยขึ้นเรื่อยๆ หรือแม้กระทั่งแถบบ้านเรายังไม่ว่างเว้น หลายคนอาจคิดว่าโลกจะต้องย่อยยับเพราะภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวแน่นอน แต่หากสังเกตอย่างละเอียดจากพระคัมภีร์ ซึ่งเป็นคำพยากรณ์ของพระเยซูคริสต์ ถ้อยคำในคำพยากรณ์ได้บอกว่าแผ่นดินไหวเป็นเพียงภัยพิบัติหนึ่งในหลายๆอย่างที่น่ากลัวแต่ภัยพิบัติที่น่ากลัวที่สุดคือภัยพิบัติจากสงครามต่างหาก 




เพราะในสงครามนั้นจะมีแม่ทัพซึ่งเป็นผู้ครอบครองโลกและนำความตายมาสู่มนุษย์ชาติถึง 1 ใน 3 ของปริมาณผู้คนทั้งหมดนั้นหมายความว่าคนในโลกจะตายกว่า 2000 ล้านคนซึ่งสูงกว่าผู้ที่ตายจากแผ่นดินไหวหลายเท่า ผู้นำสงครามสุดท้ายของมนุษยชาตินี้ซึ่งจะถูกเรียกว่าสงครามอารมาเกโดนคือ ปฏิปักษิ์พระคริสต์ ซึ่งใกล้ปรากฏตัวแล้ว จับตาดูสงครามที่ อียิป ลิเบีย และ ประเทศมุสลิมต่างๆให้ดี เหตการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้เกี่ยวข้องกับสงครามใหญ่แน่นอน พี่น้องอย่าตื่นตกใจกับเรื่องแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียวแต่จงเฝ้าระวังในเรื่องของข่าวลือเรื่องสงครามด้วย พระวิหารของยิวยังต้องถูกสร้างอยู่ดีและวันสิ้นยุคจะมาอย่างรวดเร็ว ผู้ที่เตรียมพร้อมเท่านั้นที่จะมีชัยชนะได้ สารฉบับหน้าผู้เขียนจะนำเสนอเกี่ยวกับผู้ชนะที่มีอยู่หลายกลุ่มหากพี่น้องอยากมีชัยชนะโปรดติดตามอ่านฉบับหน้า ซึ่งเป็นชัยชนะของคริสเตียนรวมถึงคนที่ยังไม่เชื่อในพระเจ้าด้วยโปรดติดตามชมฉบับต่อไปกับชื่อตอนเส้นทางแห่งชัยชนะ...

พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง ด้วยว่าจะมีหลายคนมา ต่างอ้างนามของเราว่าตัวเขาเป็นพระคริสต์   เขาจะให้คนเป็นอันมากหลงไป ท่านทั้งหลายจะได้ยินเสียงสงคราม และข่าวลือเรื่องสงคราม คอยระวังอย่าตื่นตระหนกเลย ด้วยว่าบรรดาสิ่งเหล่านี้จำต้องบังเกิดขึ้น แต่ที่สุดปลายยุคยังไม่มาถึง เพราะ ประชาชาติต่อประชาชาติ ราชอาณาจักรต่อราชอาณาจักรจะต่อสู้กัน  ทั้งจะเกิดกันดารอาหารแลแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เป็นขั้นแรกแห่งความทุกข์ลำบาก ซึ่งต้องมีมาก่อนกำเนิดยุคใหม่  ( มธ.24:4-8 )


ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

รวมภาพระทึก! นาทีสึนามิญี่ปุ่น

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป


คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป


VideoMar 6, '11 4:29 AM
for everyone



VideoMar 6, '11 4:21 AM
for everyone
ใกล้ถึงเวลานั้นแล้ว



VideoJan 20, '11 2:37 AM
for everyone
ก่อนที่พระคริสต์จะเสด็จมาจะมี 10 เหตการณ์นี้เกิดขึ้น ขอขอบคุณข้อมูลจาก อ.นิกร สิทธิจริยาภรณ์

ข้อมูลเพิ่มเติม http://isralestine-blog.blogspot.com/



Download this and other original video files with Multiply Premium.

Blog EntryJan 11, '11 4:45 AM
for everyone
เป้าหมายปีใหม่


บุคคลหนึ่งที่มีอิทธิพลมากในพระคัมภีร์ใหม่คนหนึ่งคงไม่มีใครปฎิเสธได้ว่าเปาโลจะเป็นหนึ่งในนั้น เพราะตั้งแต่พระเจ้าทรงเรียกท่านให้ติดตามพระองค์ท่านได้ถวายทั้งหมดชีวิตที่มีให้กับข่าวประเสริฐสุดท้ายท่านได้พลีชีพเพื่อข่าวประเสริฐ ท่านสามารถบรรลุเป้าหมายที่พระเจ้าทรงมอบไว้ให้แก่ท่าน เราสามารถเรียนรู้จักเคล็ดลับในการบรรลุถึงเป้าหมายของท่านได้

3 เคล็ดลับนี้จะนำท่านไปสู่เป้าหมายที่พระเจ้าทรงมอบให้แก่ท่านอย่างแน่นอน เพราะเคล็ดลับนี้ถูกบรรจุในพระวจนะของพระเจ้าซึ่งเป็นหลักการแห่งชัยชนะ หวังว่าในปี  2011 จะเป็นปีที่ดีที่สุดในชีวิตของทุกท่านออีกปีหนึ่งครับ ขอพระคุณและสันติสุขของพระเจ้าอยู่กับท่านตลอดปี 2011 นี้อาเมน

Pages:12345